135
ตำรายาไทยใช้หัวกระเทียมเป็นยาขับลม แก้ลมจุกเสียด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ลดไขมัน รักษาปอด แก้ปอดพิการ แก้อุจจาระเป็นมูกเลือด บำรุงธาตุ กระจายโลหิต ขับปัสสาวะ แก้บวมพุพอง ขับพยาธิ แก้ตาปลา แก้ตาแดง น้ำตาไหล ตาฟาง รักษาโรคลักปิดลักเปิด รักษามะเร็งคุด รักษาริดสีดวง แก้ไอ คุมกำเนิด แก้สะอึก บำบัดโรคในอก แก้พรรดึก รักษาฟันเป็นรำมะนาด แก้หูอื้อ แก้อัมพาต ลมเข้าข้อ แก้อาการชักกระตุกของเด็ก พอกหัวเหน่าแก้ขัดเบา รักษาวัณโรค แก้โรคประสาท แก้หืด แก้ปวดมวนในท้อง บำรุงสุขภาพทางกามคุณ ขับโลหิตระดู บำรุงเส้นประสาท แก้ไข้ แก้ฟกช้ำ แก้ปวดกระบอกตา แก้โรคในปาก แก้หวัดคัดจมูก แก้ไข้เพื่อเสมหะ ทำให้ผมเงางาม บำรุงเส้นผมให้ดกดำ ใช้ภายนอก รักษาแผลเรื้อรัง รักษากลากเกลื้อน แก้โรคผิวหนัง ทาภายนอกบรรเทาอาการปวดบวมตามข้อเพราะเป็นยาพอกให้ร้อน ใช้พอกตรงที่ถูกแมลง ตะขาบ แมงป่องต่อยเป็นส่วนประกอบในตำรับยาเหลืองปิดสมุทร (แก้ท้องเสีย), ยาประสะไพล (ขับน้ำคาวปลา ในสตรีหลังคลอด), ยาธาตุบรรจบ (แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเสีย ใช้กระเทียม 3 กลีบ ทุบชงน้ำร้อน ใช้เป็นน้ำกระสายยา สำหรับยาผง)
ขายแล้ว 81 ชิ้น
016
เหง้ามีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ลดการอักเสบ และมีฤทธิ์ในการขับน้ำดี ต้านอนุมูลอิสระป้องกันการเกิดมะเร็งในตับ ช่วยบำรุงตับ นอกจากนี้ ยังมีสารอาหารหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และเกลือแร่ต่าง ๆ ส่วนน้ำมันหอมระเหยในขมิ้นชัน ก็มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นจุกเสียดได้ด้วย จึงนิยมนำขมิ้นมาใช้สมานแผลในกระเพาะอาหาร ทำความสะอาดลำไส้ รักษาโรคกระเพาะอาหาร การศึกษาวิจัยเพิ่มเติมยังพบว่า ขมิ้นมีสรรพคุณบำรุงร่างกายอีกหลายอย่าง ทั้งช่วยรักษาระบบทางเดินหายใจที่ผิดปกติ หืด ไอ เวียนศีรษะ รักษาอาการปวดและอักเสบเนื่องจากไขข้ออักเสบ เพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ช่วยขับน้ำนมสตรีหลังคลอดบุตร
ขายแล้ว 123 ชิ้น
158
ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma aeruginosa น้ำมันจากเหง้าจะมีฤทธิ์กระตุ้นกระเพาะและลำไส้ให้มีการขยับและบิดเคลื่อนไหวตัว ทำให้สามารถขับลมในกระเพาะและลำไส้ได้ อีกทั้งยังช่วยแก้อาการปวดกระเพาะและลำไส้
ขายแล้ว 10 ชิ้น
069
สินค้าผลิตตามสั่ง ผลิตจากใบมะรุมผง100% ดูแลการผลิตโดยเภสัชกรแผนไทย
ขายแล้ว 183 ชิ้น
079
หญ้าหวาน หรือ สตีเวีย (Stevia rebaudiana Bertoni) มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ เป็นพืชที่มีคุณสมบัติเป็นรสหวานที่ไม่ก่อให้เกิดพลังงาน ชาวพื้นเมืองจึงนิยมใช้หญ้าหวานเพื่อเป็นสารชูรสในอาหารต่างๆ ซึ่งสารหวานที่มีมากที่สุดจากหญ้าหวาน คือ สตีวิโอไซด์ (stevioside) ซึ่งมีความหวานประมาณ 300 เท่าของน้ำตาลซูโครส แต่ไม่ให้พลังงานจึงนำมาใช้เป็นสารทดแทนการบริโภคน้ำตาลในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคอ้วน และผู้ที่ต้องการดูแลรักษาสุขภาพ
ขายแล้ว 18 ชิ้น
167
500mg สูตรดั้งเดิม ประกอบไปด้วย น้ำมันมะพร้าว น้ำมันกะเทียม น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว น้ำมันงาม้อน
ขายแล้ว 1 ชิ้น
145
คุณค่าทางอาหาร เมื่ออายุต้นประมาณ 45 วันส่วน ของต้นและใบระยะเริ่มมีดอกมีค่าโปรตีน 20.89%เยื ่อใย 28.83% ไขมัน 2.64% เถ้า 7.27% คาร์โบไฮเดรท40.36%สารแอนโธไซยานินซึ ่งเป็นสารสีน้ำเงินม่วงครามที่มีอยู่มากในดอกอัญชันนี้ มีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ เช่น ช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็น เนื่องจากจากสารตัวนี้จะไปเพิ่มการไหลเวียนในหลอดเลือดเล็กๆเช่น หลอดเลือดส่วนปลาย ทำให้กลไกที่ทำงานเกี่ยวกับการมองเห็นแข็งแรงขึนเพราะมีเลือดไหลเวียนมาเลี้ยงมากขึน ในขณะนี ้ก็มีการศึ กษาวิจัยทางคลินิก เกี่ยวกับความสามารถของสารแอนโธไซยานิน ในการเพิ ่มประสิทธิภาพของตา เช่น ตาเสื่อมจากโรคเบาหวานโรคต้อหิน โรคต้อกระจก เป็นต้น
ขายแล้ว 35 ชิ้น
027
ในงานสาธารณสุขมูลฐาน เปลือกมังคุดจัดเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยในการใช้ มีการส่งเสริมให้ประชาชนใช้เปลือกมังคุดในการรักษาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น โดยใช้เปลือกผลแห้งซึ่งมีสารแทนนินเป็นยาฝาดสมาน แก้โรคท้องร่วง ท้องเสียเรื้อรัง และโรคเกี่ยวกับลำไส้
ขายแล้ว 75 ชิ้น
041
ใบย่านาง ๑๐๐ กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย ๙๕ กิโลแคลอรีประกอบด้วยน้ำ ๖๗.๖ กรัมคาร์โบไฮเดรต ๑๖.๑ กรัม โปรตีน ๕.๖ กรัม ไขมัน ๐.๙ กรัมแคลเซียม ๑๕๕ มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส ๑๑ มิลลิกรัมกาก ๗.๙ กรัม เหล็ก ๗.๐ กรัมวิตามินเอ ๓๐,๖๒๕ IUวิตามินบีหนึ่ง ๐.๐๓วิตามินบีสอง ๐.๓๖ มิลลิกรัมไนอาซีน ๑.๔ มิลลิกรัมและวิตามินซี ๑๔๑ มิลลิกรัม
ขายแล้ว 44 ชิ้น
106
เป็นสรรพคุณแรก ๆ ของลูกใต้ใบที่คนรู้จักกันมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะลูกใต้ใบเป็นสมุนไพรแก้ไข้ได้แทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ไข้ทับระดู หรือแม้กระทั่งไข้จับสั่น อีกทั้งลูกใต้ใบยังมีสรรพคุณลดความร้อนในร่างกาย ช่วยให้อาการไข้ดีขึ้นได้
ขายแล้ว 10 ชิ้น
136
ตำรายาไทยใช้หัวกระเทียมเป็นยาขับลม แก้ลมจุกเสียด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ลดไขมัน รักษาปอด แก้ปอดพิการ แก้อุจจาระเป็นมูกเลือด บำรุงธาตุ กระจายโลหิต ขับปัสสาวะ แก้บวมพุพอง ขับพยาธิ แก้ตาปลา แก้ตาแดง น้ำตาไหล ตาฟาง รักษาโรคลักปิดลักเปิด รักษามะเร็งคุด รักษาริดสีดวง แก้ไอ คุมกำเนิด แก้สะอึก บำบัดโรคในอก แก้พรรดึก รักษาฟันเป็นรำมะนาด แก้หูอื้อ แก้อัมพาต ลมเข้าข้อ แก้อาการชักกระตุกของเด็ก พอกหัวเหน่าแก้ขัดเบา รักษาวัณโรค แก้โรคประสาท แก้หืด แก้ปวดมวนในท้อง บำรุงสุขภาพทางกามคุณ ขับโลหิตระดู บำรุงเส้นประสาท แก้ไข้ แก้ฟกช้ำ แก้ปวดกระบอกตา แก้โรคในปาก แก้หวัดคัดจมูก แก้ไข้เพื่อเสมหะ ทำให้ผมเงางาม บำรุงเส้นผมให้ดกดำ ใช้ภายนอก รักษาแผลเรื้อรัง รักษากลากเกลื้อน แก้โรคผิวหนัง ทาภายนอกบรรเทาอาการปวดบวมตามข้อเพราะเป็นยาพอกให้ร้อน ใช้พอกตรงที่ถูกแมลง ตะขาบ แมงป่องต่อยเป็นส่วนประกอบในตำรับยาเหลืองปิดสมุทร (แก้ท้องเสีย), ยาประสะไพล (ขับน้ำคาวปลา ในสตรีหลังคลอด), ยาธาตุบรรจบ (แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเสีย ใช้กระเทียม 3 กลีบ ทุบชงน้ำร้อน ใช้เป็นน้ำกระสายยา สำหรับยาผง)
ขายแล้ว 52 ชิ้น
102
ผลการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า บอระเพ็ดสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยภาวะอ้วนลงพุงที่รับประทานแคปซูลผงบอระเพ็ด ขนาด 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง หรือยาหลอกเป็นเวลา 2 เดือน ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มทดลองก่อนรับประทานบอระเพ็ด ทว่าการทดลองเรื่องบอระเพ็ดลดน้ำตาลในเลือดจำเป็นต้องศึกษาลึกไปกว่านี้เพื่อความชัดเจนและถูกต้องของข้อมูล
ขายแล้ว 27 ชิ้น
088
งาม่อน หรืออีกชื่อว่า งาขี้ม้อน ที่ว่านี้ เป็นพืชสมุนไพรที่มีประวัติการใช้ได้เป็นทั้งอาหารและยาในประเทศแถบเอเชียมานานแล้ว ที่สำคัญ ล่าสุดศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรน่าน จ.น่าน มีการวิจัยมล็ดงาม้วน พบว่ามีสาร "โอเมก้า 3" ในงาม้อน ซึ่งสารที่ว่านี้สำคัญมากครับ คือจะช่วยบำรุงสมอง ชะลอความแก่ แก้เคล็ดขัดยอก ลดริ้วรอยบนใบหน้า บำรุงผิว
ขายแล้ว 22 ชิ้น
058
คุณค่าทางโภชนาการ ใบเตยสด มีน้ำมันหอมระเหย รสหวาน หอม มัน และมีสีเขียวที่นิยมใช้แต่งสีอาหาร เป็นสารคลอโรฟิลล์ ใช้เป็นยา ใบสด ต้มกับน้ำดื่ม ลดอาการกระหายน้ำ บำรุงหัวใจ ทำให้ชุ่มชื่น ต้นและราก เป็นยาขับปัสสาวะ รักษาโรคเบาหวาน และแก้กระษัยน้ำเบาพิการ
ขายแล้ว 41 ชิ้น
159
ชื่อวิทยาศาสตร์ Tagetes erecta L. ในการบริโภคดอกดาวเรืองเพื่อให้ได้สารต่างๆที่มีสรรพคุณทางยานั้น จะเป็นการบริโภคดอกดาวเรืองที่ตากแห้งเท่านั้น ไม่ควรนำดอกดาวเรืองสดๆมาบริโภคเนื่องจากยังไม่พบว่ายังไม่มีที่ใดในโลกที่ใช้ดอกดาวเรืองสามารถบริโภค เพราะอาจเกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้ อีกทั้งในการบริโภคในปัจจุบันอาจยังไม่มีการกำหนดตายตัวว่าควรบริโภคดอกดาวเรืองแห้งจำนวนเท่าใดต่อวัน ดังนั้นจึงไม่ควรบริโภคมากจนเกินไปและไม่ควรบริโภคต่อเนื่องกันเป็นเวลานานเกินไปและผู้ที่มีอาการของโรคตับ โรคไต สตรีที่ให้นมบุตรก็ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคเช่นกัน
ขายแล้ว 26 ชิ้น
168
ผลิตจากน้ำมันเทียนดำสกัดเย็นแบบบีบเย็นของทางร้าน 100% ไม่มีส่วนผสมอื่น
ขายแล้ว 14 ชิ้น