138
ผู้หญิงพม่ามีชื่อเสียงว่าผิวหน้าเนียน เพราะพวกเธอใช้ทานาคา (Thanakha) แป้งที่ได้มาจากการนำเปลือกของต้นตะนะคามาบดให้ละเอียดใช้ป้องกันผิวจากแสงแดด และมีคุณสมบัติเป็นยา ผงทานาคามีสีเหลืองออกแดง ๆ เวลาใช้พอกหน้าทำให้ดูเหมือนถูกละเลงไปด้วยโคลน แต่ที่จริงเป็นเครื่องประทินผิวสำคัญที่สุดในการรักษาความงามของผู้หญิงพม่า แม้เครื่องสำอางทันสมัยจะแพร่เข้ามา ทานาคาก็ยังได้รับความนิยมอยู่เสมอ
ขายแล้ว 79 ชิ้น
160
ดินสอพองแท้จากลพบุรี นำมาอบฆ่าเชื้อและบดผงพร้อมนำไปใช้งาน
ขายแล้ว 4 ชิ้น
069
สินค้าผลิตตามสั่ง ผลิตจากใบมะรุมผง100% ดูแลการผลิตโดยเภสัชกรแผนไทย
ขายแล้ว 169 ชิ้น
012
กวาวเครือแดง ชื่อวิทยาศาสตร์: Butea superba Roxb. เป็นพืชในวงศ์ Leguminosae วงศ์ย่อย Papilionoideae ชื่ออื่นๆคือ กวาวหัว จานเครือ จอมทอง ตานจอมทอง เป็นพืชที่มีหัวใต้ดิน รูปทรงกระบอกยาว มีหลายขนาด เมื่อสะกิดที่เปลือก จะมียางสีแดงข้น คล้ายเลือดไหลออกมา [1] สารออกฤทธิ์ในกวาวเครือแดงเป็นสารกลุ่มฟลาโวนอลและฟลาโวนอยด์
ขายแล้ว 34 ชิ้น
015
เหง้ามีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ลดการอักเสบ และมีฤทธิ์ในการขับน้ำดี ต้านอนุมูลอิสระป้องกันการเกิดมะเร็งในตับ ช่วยบำรุงตับ นอกจากนี้ ยังมีสารอาหารหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และเกลือแร่ต่าง ๆ ส่วนน้ำมันหอมระเหยในขมิ้นชัน ก็มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นจุกเสียดได้ด้วย จึงนิยมนำขมิ้นมาใช้สมานแผลในกระเพาะอาหาร ทำความสะอาดลำไส้ รักษาโรคกระเพาะอาหาร การศึกษาวิจัยเพิ่มเติมยังพบว่า ขมิ้นมีสรรพคุณบำรุงร่างกายอีกหลายอย่าง ทั้งช่วยรักษาระบบทางเดินหายใจที่ผิดปกติ หืด ไอ เวียนศีรษะ รักษาอาการปวดและอักเสบเนื่องจากไขข้ออักเสบ เพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ช่วยขับน้ำนมสตรีหลังคลอดบุตร
ขายแล้ว 137 ชิ้น
137
ผู้หญิงพม่ามีชื่อเสียงว่าผิวหน้าเนียน เพราะพวกเธอใช้ทานาคา (Thanakha) แป้งที่ได้มาจากการนำเปลือกของต้นตะนะคามาบดให้ละเอียดใช้ป้องกันผิวจากแสงแดด และมีคุณสมบัติเป็นยา ผงทานาคามีสีเหลืองออกแดง ๆ เวลาใช้พอกหน้าทำให้ดูเหมือนถูกละเลงไปด้วยโคลน แต่ที่จริงเป็นเครื่องประทินผิวสำคัญที่สุดในการรักษาความงามของผู้หญิงพม่า แม้เครื่องสำอางทันสมัยจะแพร่เข้ามา ทานาคาก็ยังได้รับความนิยมอยู่เสมอ
ขายแล้ว 66 ชิ้น
151
น้ำมันผิวมะกรูดบีบเย็น 100% ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus hystrix DC.
ขายแล้ว 10 ชิ้น
144
สะระแหน่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ หลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น และยังให้พลังงาน 47 กิโลแคลอรี่ (ใน 100 กรัม) โดยใบสะระแหน่นั้นควรเลือกใช้ใบสดและยอดอ่อนจะได้สรรพคุณที่ดีกว่าใบแห้ง
ขายแล้ว 4 ชิ้น
109
“อบเชยคือเครื่องเทศของคนรุ่นใหม่ ใช้ต้านภัยเบาหวาน” คือการค้นพบสรรพคุณของอบเชยโดยบังเอิญว่าช่วยการลดน้ำตาลในเลือดได้ รายงานการศึกษาชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ ในวาสาร New Scientist ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ.2543 หลังจากนั้นก็มีรายงานการศึกษาประโยชน์ของอบเชยต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานเผยแพร่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบว่า ในอบเชยมีสาร methylhydroxy chalcone polymer (MHCP) ที่สามารถตอบสนองต่ออินซูลินได้มากขึ้น จึงช่วยทำให้อินซูลินทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น รวมทั้งตัวมันเองนั้นยังมีฤทธิ์เหมือนอินซูลิน ข้อแนะนำสำหรับผู้เป็นเบาหวานให้รับประทานผงอบเชยจีนประมาณ 1 ช้อนชาต่อวัน แบ่งเป็นเช้าครึ่งช้อนชา เย็นครึ่งช้อนชา โดยผสมกับเครื่องดื่มประเภทไหนตามใจชอบ เช่น นม ช็อกโกแลต ชา กาแฟ โยเกิร์ต หรือบรรจุลงในแคปซูลรับประทานก็ได้ แต่ควรรับประทานติดต่อกันอย่างน้อย 20 วัน
ขายแล้ว 63 ชิ้น
041
ใบย่านาง ๑๐๐ กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย ๙๕ กิโลแคลอรีประกอบด้วยน้ำ ๖๗.๖ กรัมคาร์โบไฮเดรต ๑๖.๑ กรัม โปรตีน ๕.๖ กรัม ไขมัน ๐.๙ กรัมแคลเซียม ๑๕๕ มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส ๑๑ มิลลิกรัมกาก ๗.๙ กรัม เหล็ก ๗.๐ กรัมวิตามินเอ ๓๐,๖๒๕ IUวิตามินบีหนึ่ง ๐.๐๓วิตามินบีสอง ๐.๓๖ มิลลิกรัมไนอาซีน ๑.๔ มิลลิกรัมและวิตามินซี ๑๔๑ มิลลิกรัม
ขายแล้ว 44 ชิ้น
134
แหล่งวิตามินเอที่สำคัญที่เราสามารถหาได้จากอาหารก็ต้องยกให้ตำลึงเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินเอเลยล่ะค่ะ และนอกจากวิตามินเอแล้ว เบต้าแคโรทีนในตำลึงยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นวิตามินเอได้อีก ดังนั้นตำลึงจึงจัดเป็นอาหารบำรุงสายตาตัวจี๊ดที่หากินได้ง่าย ๆ แถมยังอร่อยด้วย
ขายแล้ว 63 ชิ้น
120
ตำรายาแผนโบราณ: กล่าวว่า ผลแก้อัมพาต แก้เส้นปัตตะฆาต แก้เส้นอัมพฤกษ์ แก้คุดทะราดให้ปิดธาตุ แก้โรคหลอดลมอักเสบ เป็นยาขับระดู เป็นยาธาตุ ทาแก้ปวดอักเสบของกล้ามเนื้อ ระงับอชิณโรค บำรุงธาตุ ขับลม ขับลมให้กระจาย ขับผายลม แก้ลม ขับลมในลำไส้ แก้ท้องร่วง แก้ธาตุพิการ แก้ธาตุไม่ปกติ แก้ปฐวีธาตุพิการ แก้วิสติปัฏฐี แก้ปัถวีธาตุ 20 ประการ บำรุงร่างกาย เจริญอาหาร แก้จุกเสียด เจริญไฟธาตุ แก้ปวดท้อง ขับเสมหะในโรคหืด แก้อุระเสมหะ (เสมหะในทรวงอก) ปรุงเป็นยาประจำ ปัถวีธาตุ เป็นยาขับรกให้รกออกง่าย ภายหลังจากการคลอดบุตรและใช้เวลาโลหิตตกมาก แก้เสมหะ แก้หืดไอ แก้ลมวิงเวียน แก้ริดสีดวงทวาร แก้คุดทะราด แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้อาการคลื่นไส้ (เกิดจากธาตุไม่ปกติ)
ขายแล้ว 4 ชิ้น
010
กวาวเครือขาวมีฤทธิ์เป็นยาสมุนไพร หัว บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้อ่อนเพลีย ผอมแห้ง นอนไม่หลับ มีฮอร์โมนเพศหญิงสูง ทาหรือรับประทานทำให้เต้านมขยายตัว เส้นผมดกดำ เพิ่มเส้นผม เป็นยาปรับรอบเดือน บำรุงความกำหนัด บำรุงอวัยวะสืบพันธุ์ให้เจริญ แก้โรคตาฟาง ต้อกระจก ทำให้ความจำดี บำรุงโลหิต กินได้นอนหลับ ผิวหนังเต่งตึงมีน้ำมีนวล ถ้ารับประทานเกินขนาดจะเป็นอันตรายได้ ทำให้มีอาการมึนเมา คลื่นไส้อาเจียน อาจทำให้แท้งบุตรได้ เปลือกเถา แก้พิษงู ในพม่าใช้ หัว เป็นยาอายุวัฒนะของทั้งหญิงและชาย แต่ไม่เหมาะกับคนหนุ่มสาว โดยเฉพาะหญิงวัยเจริญพันธุ์
ขายแล้ว 48 ชิ้น
011
กวาวเครือแดง ชื่อวิทยาศาสตร์: Butea superba Roxb. เป็นพืชในวงศ์ Leguminosae วงศ์ย่อย Papilionoideae ชื่ออื่นๆคือ กวาวหัว จานเครือ จอมทอง ตานจอมทอง เป็นพืชที่มีหัวใต้ดิน รูปทรงกระบอกยาว มีหลายขนาด เมื่อสะกิดที่เปลือก จะมียางสีแดงข้น คล้ายเลือดไหลออกมา [1] สารออกฤทธิ์ในกวาวเครือแดงเป็นสารกลุ่มฟลาโวนอลและฟลาโวนอยด์
ขายแล้ว 78 ชิ้น
158
ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma aeruginosa น้ำมันจากเหง้าจะมีฤทธิ์กระตุ้นกระเพาะและลำไส้ให้มีการขยับและบิดเคลื่อนไหวตัว ทำให้สามารถขับลมในกระเพาะและลำไส้ได้ อีกทั้งยังช่วยแก้อาการปวดกระเพาะและลำไส้
ขายแล้ว 10 ชิ้น
062
คุณประโยชน์มีดังนี้ 1. ท้องเสียและถ่ายท้อง: คั้นน้ำผักขม ผสมกับเทียนดำป่น ดื่มวัน3ครั้งเมื่อหายแล้วหยุดดื่ม 2. ไอและหอบ: เทียนดำป่นผสมน้ำผึ้ง รับประทานเมื่อเริ่มจะมีอาการกำเริบ 1-2 ช้อนโต๊ะ 3. โรคผิวหนัง: น้ำมันเทียนดำครึ่งช้อนชา น้ำมันดอกกุลาบครึ่งช้อนชา แป้งสาลี 1 ช้อนชา ผสมแป้งนวดจนเป็นก้อน นำน้ำส้มสายชูเจือจาง 1 ช้อนชา ทาบริเวณที่เป็น และเอาแป้งที่นวดวางบริเวณที่เป็น 4. สิว: เทียนดำป่นหนึ่งส่วน, เปลือกทับทิมป่นครึ่งส่วน, น้ำส้มสายชูแอปเปิล(น้ำส้มสายชูแท้) หนึ่งส่วน, น้ำมันเทียนดำ, ผสมทุกอย่างตั้งไฟกวนจนเข้ากันดี ทาหัวสิวหรือฝีก่อนนอน 5. ไซนัส: น้ำมันเทียนดำ น้ำมันมะกอก ผสมให้เข้ากันดี หยอดรูจมูก 3 หยดทุกเช้า 15 วัน 6. หวัด: น้ำมะนาว น้ำหัวหอม น้ำมันเทียนดำ ผสมเข้ากันดี หยอดจมูก 2-3 หยด 7. ไข้หวัดใหญ่: เทียนดำป่นหนึ่งช้อนโต๊ะ ชงกับนมสดอุ่น 1 แก้วใหญ่ดื่มตลอดวัน 8. คอและต่อมทอมซิลอักเสบ: เทียนดำครึ่งช้อน, น้ำชาอุ่น, ดื่มน้ำและกลั้วคอด้วยชาผสมน้ำมันเทียนดำ 9. เหงือกและฟันอักเสบ: เทียนดำป่นหนึ่งช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู้แอปเปิลหนึ่งช้อนชา ผสมกันใช้กลั้วคอ และนวดเหงือกด้วยน้ำมันเทียนดำ 10. ปวดหัว: เทียนดำป่น, น้ำมันมะกอก, ผสมกันและคั้นเอาแต่น้ำ หยอดจมูกทั้งสองข้าง 11. ไมแกรน: น้ำมันเทียนดำหยอดหูทันทีที่ปวดหัว พร้อมทั้งเอาน้ำมันนวดท้ายทอยทันทีที่ปวด เอาเม็ดเทียนดำต้มน้ำ ชงกับน้ำผึ้งดื่ม 12. ปวดหลัง: เทียนดำป่นหนึ่งกิโลกรัม น้ำผึ้ง 150 กรัม ผสมเข้ากัน รับประทานสองครั้ง ครั้งละหนึ่ง ช้อนโต๊ะ เช้าและเย็นหลังอาหารหนึ่งชั่วโมง เป็นเวลา10 วัน (ห้ามเว้นเด็ดขาด) 13. ประสาทเครียดหรือกังวลใจ: นมสดอุ่น น้ำมันเทียนดำห้าหยด น้ำผึ้ง ชงทานเมื่อมีอาการ 14. โรคปวดตามข้อ: เม็ดเทียนดำป่น, น้ำมันเทียนดำ, น้ำผึ้ง, เอาเม็ดเทียนดำต้มน้ำจนเดือดสักครู่ เทใส่แก้ว หยดน้ำมันเทียนดำใส่ชงด้วยน้ำผึ้งดื่ม 15. กระตุ้นสมอง: น้ำมันเทียนดำ, สะระแหน่, น้ำผึ้ง, ต้มสะระแหน่ หยดน้ำมัน 7 หยด ชงด้วยน้ำผึ้งดื่ม 16 ความจำดี: สะระแหน่ป่นหนึ่งแก้ว, เทียนดำป่นหนึ่งแก้ว, ยีสต์เม็ดแห้งหนึ่งช้อนโต๊ะ, ขิงป่นหนึ่งช้อนโต๊ะ, น้ำผึ้ง, ทั้งหมดผสมให้เข้ากันดี บรรจุขวดแก้ว ทานหนึ่งช้อนทุกๆเช้า * ข้อมูลทั้งหมดนำมาจากวารสารของสมาคมนักเรียนไทย ณ.กรุงไคโร ที่มา: http://www.moradokislam.org
ขายแล้ว 28 ชิ้น