068
สินค้าผลิตตามสั่ง ผลิตจากขมิ้นชันผง100%
ขายแล้ว 145 ชิ้น
141
เพชรสังฆาต ชื่อวิทยาศาสตร์ Cissus quadrangularis L.สรรพคุณในการรักษาริดสีดวงของสมุนไพรเพชรสังฆาตใช่ว่าจะรักษาริดสีดวงได้หายขาดเสมอไป การจะหายช้าหรือเร็วก็ยังขึ้นอยู่กับอาการว่าเป็นมากหรือน้อยแค่ไหนด้วย รวมไปถึงนิสัยการรับประทานอาหาร การดูแลตัวเองด้วยว่าคุณหมั่นรับประทานผักหรืออาหารที่มีเส้นใยมากน้อยแค่ไหน
ขายแล้ว 26 ชิ้น
031
ถั่วเขียวบดผงล้วน 100% ไม่มีส่วนผสมอื่น เหมาะสำหรับนำไปทำผงขัดผิวหรือใช้แทนสบู่
ขายแล้ว 33 ชิ้น
040
ผลยอยังมีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งสารสำคัญที่มีผลในการบำบัดอาการนี้คือ สโคโปเลติน (Scopoletin) โดยเป็นสารอาหารจากพืชอย่างหนึ่ง ที่พบในลูกยอ สารตัวนี้จะมีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดที่หดตัว ผลคือ ทำให้ระดับของความดันโลหิตลดลงจนเป็นปกติ ซึ่งจะมีผลในการชลอการเสื่อมของหัวใจด้วย กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว และการสร้าง ภูมิคุ้มกัน เพิ่มภูมิต้านทานโรคให้ดี ขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อโรค,
ขายแล้ว 25 ชิ้น
063
ถ้าพูดถึงผลไม้วิตามินซีสูง หลาย ๆ คนคงจะนึกถึงส้ม แต่หารู้ไม่ว่าผลไม้อย่างมะขามป้อมนั้นมีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึงเท่าตัว แถมในมะขามป้อมยังมีสารแทนนินและโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารป้องกันการสลายตัวของวิตามินซี ทำให้วิตามินซีคงตัวอยู่ได้นานอีกด้วย และยังไม่พอแค่นั้นค่ะ เพราะมะขามป้อมยังอุดมไปด้วยสารอาหารอื่น ๆ อีกเพียบ ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี 3 ธาตุเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัส เรียกได้ว่าทานมะขามป้อมอย่างเดียวก็ได้สารเกือบอาหารครบถ้วนเลย
ขายแล้ว 211 ชิ้น
062
คุณประโยชน์มีดังนี้ 1. ท้องเสียและถ่ายท้อง: คั้นน้ำผักขม ผสมกับเทียนดำป่น ดื่มวัน3ครั้งเมื่อหายแล้วหยุดดื่ม 2. ไอและหอบ: เทียนดำป่นผสมน้ำผึ้ง รับประทานเมื่อเริ่มจะมีอาการกำเริบ 1-2 ช้อนโต๊ะ 3. โรคผิวหนัง: น้ำมันเทียนดำครึ่งช้อนชา น้ำมันดอกกุลาบครึ่งช้อนชา แป้งสาลี 1 ช้อนชา ผสมแป้งนวดจนเป็นก้อน นำน้ำส้มสายชูเจือจาง 1 ช้อนชา ทาบริเวณที่เป็น และเอาแป้งที่นวดวางบริเวณที่เป็น 4. สิว: เทียนดำป่นหนึ่งส่วน, เปลือกทับทิมป่นครึ่งส่วน, น้ำส้มสายชูแอปเปิล(น้ำส้มสายชูแท้) หนึ่งส่วน, น้ำมันเทียนดำ, ผสมทุกอย่างตั้งไฟกวนจนเข้ากันดี ทาหัวสิวหรือฝีก่อนนอน 5. ไซนัส: น้ำมันเทียนดำ น้ำมันมะกอก ผสมให้เข้ากันดี หยอดรูจมูก 3 หยดทุกเช้า 15 วัน 6. หวัด: น้ำมะนาว น้ำหัวหอม น้ำมันเทียนดำ ผสมเข้ากันดี หยอดจมูก 2-3 หยด 7. ไข้หวัดใหญ่: เทียนดำป่นหนึ่งช้อนโต๊ะ ชงกับนมสดอุ่น 1 แก้วใหญ่ดื่มตลอดวัน 8. คอและต่อมทอมซิลอักเสบ: เทียนดำครึ่งช้อน, น้ำชาอุ่น, ดื่มน้ำและกลั้วคอด้วยชาผสมน้ำมันเทียนดำ 9. เหงือกและฟันอักเสบ: เทียนดำป่นหนึ่งช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู้แอปเปิลหนึ่งช้อนชา ผสมกันใช้กลั้วคอ และนวดเหงือกด้วยน้ำมันเทียนดำ 10. ปวดหัว: เทียนดำป่น, น้ำมันมะกอก, ผสมกันและคั้นเอาแต่น้ำ หยอดจมูกทั้งสองข้าง 11. ไมแกรน: น้ำมันเทียนดำหยอดหูทันทีที่ปวดหัว พร้อมทั้งเอาน้ำมันนวดท้ายทอยทันทีที่ปวด เอาเม็ดเทียนดำต้มน้ำ ชงกับน้ำผึ้งดื่ม 12. ปวดหลัง: เทียนดำป่นหนึ่งกิโลกรัม น้ำผึ้ง 150 กรัม ผสมเข้ากัน รับประทานสองครั้ง ครั้งละหนึ่ง ช้อนโต๊ะ เช้าและเย็นหลังอาหารหนึ่งชั่วโมง เป็นเวลา10 วัน (ห้ามเว้นเด็ดขาด) 13. ประสาทเครียดหรือกังวลใจ: นมสดอุ่น น้ำมันเทียนดำห้าหยด น้ำผึ้ง ชงทานเมื่อมีอาการ 14. โรคปวดตามข้อ: เม็ดเทียนดำป่น, น้ำมันเทียนดำ, น้ำผึ้ง, เอาเม็ดเทียนดำต้มน้ำจนเดือดสักครู่ เทใส่แก้ว หยดน้ำมันเทียนดำใส่ชงด้วยน้ำผึ้งดื่ม 15. กระตุ้นสมอง: น้ำมันเทียนดำ, สะระแหน่, น้ำผึ้ง, ต้มสะระแหน่ หยดน้ำมัน 7 หยด ชงด้วยน้ำผึ้งดื่ม 16 ความจำดี: สะระแหน่ป่นหนึ่งแก้ว, เทียนดำป่นหนึ่งแก้ว, ยีสต์เม็ดแห้งหนึ่งช้อนโต๊ะ, ขิงป่นหนึ่งช้อนโต๊ะ, น้ำผึ้ง, ทั้งหมดผสมให้เข้ากันดี บรรจุขวดแก้ว ทานหนึ่งช้อนทุกๆเช้า * ข้อมูลทั้งหมดนำมาจากวารสารของสมาคมนักเรียนไทย ณ.กรุงไคโร ที่มา: http://www.moradokislam.org
ขายแล้ว 31 ชิ้น
134
แหล่งวิตามินเอที่สำคัญที่เราสามารถหาได้จากอาหารก็ต้องยกให้ตำลึงเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินเอเลยล่ะค่ะ และนอกจากวิตามินเอแล้ว เบต้าแคโรทีนในตำลึงยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นวิตามินเอได้อีก ดังนั้นตำลึงจึงจัดเป็นอาหารบำรุงสายตาตัวจี๊ดที่หากินได้ง่าย ๆ แถมยังอร่อยด้วย
ขายแล้ว 63 ชิ้น
137
ผู้หญิงพม่ามีชื่อเสียงว่าผิวหน้าเนียน เพราะพวกเธอใช้ทานาคา (Thanakha) แป้งที่ได้มาจากการนำเปลือกของต้นตะนะคามาบดให้ละเอียดใช้ป้องกันผิวจากแสงแดด และมีคุณสมบัติเป็นยา ผงทานาคามีสีเหลืองออกแดง ๆ เวลาใช้พอกหน้าทำให้ดูเหมือนถูกละเลงไปด้วยโคลน แต่ที่จริงเป็นเครื่องประทินผิวสำคัญที่สุดในการรักษาความงามของผู้หญิงพม่า แม้เครื่องสำอางทันสมัยจะแพร่เข้ามา ทานาคาก็ยังได้รับความนิยมอยู่เสมอ
ขายแล้ว 66 ชิ้น
104
รากใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย คนเดินป่านิยมกันนัก เพราะจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง อดทน ช่วยคลายอาการปวดเมื่อย ป้องกันและรักษาไข้ป่าในระหว่างการเดินทาง (ราก)[1],[7] ส่วนทางภาคใต้จะใช้ทั้งแก่นและรากนำมาต้มกับน้ำกินวันละ 3-4 ครั้ง และช่วงก่อนนอนเป็นยาโด๊ปชั้นยอดที่ช่วยบำรุงกำลังและบำรุงสมรรถภาพทางเพศ ทำให้เลือดไหลเวียนดี (แก่นและราก)[7]
ขายแล้ว 145 ชิ้น
100
ระเจี๊ยบเขียวอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน โฟเลต แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินซี อยู่ในปริมาณพอสมควร ที่สำคัญกระเจี๊ยบเขียวมีกลูตาไธโอน (glutathione) มีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมสารอนุมูลอิสระในร่างกาย การสร้างสารซ่อมแซมเซลล์ ทำปฏิกิริยาขจัดสารพิษที่เกิดในร่างกาย และช่วยต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันนิยมใช้สารนี้เพื่อให้ผิวขาวขึ้น เพราะกลูตาไธโอนสามารถกดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีได้ชั่วคราว นอกจากนี้ กระเจี๊ยบเขียวยังเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ ซึ่งเป็นส่วนของพืชผักที่ร่างกายย่อยไม่ได้ และเส้นใยที่ละลายน้ำได้ เช่น เพกทิน (pectin) และเมือก (mucilage) ซึ่งเกิดจากสารประกอบ acetyated acidic polysaccharide และกรดกาแล็กทูโลนิก (galactulonic caid) สารเมือกหรือเส้นใยที่ละลายน้ำได้ของกระเจี๊ยบเขียว เมื่อลงสู่ลำไส้ใหญ่ จะช่วยในการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ (พรีไบโอติกแบคทีเรีย) ซึ่งจะช่วยลดปราณพิษที่ผลิตจากแบคทีเรียที่มีประโยชน์ที่อาศัยอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย กระเจี๊ยบเขียวจึงจัดเป็นผักสุขภาพสำหรับผู้ป่วยมะเร็งอีกชนิดหนึ่ง
ขายแล้ว 66 ชิ้น
045
ผลิตจากเมล็ดมะรุมคัดเฉพาะเมล็ดแก่ สินค้าภายในประเทศ เป็นน้ำมันบีบเย็นที่ทางร้านผลิตเอง ไม่มีส่วนผสมใดๆ ไม่มีการแต่งสีและกลิ่น น้ำมันมีอายุ 1ปีหลังการเปิดใช้
ขายแล้ว 77 ชิ้น
006
กระชายดํา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Kaempferia parviflora Wallich. ex Baker. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ K. rubromarginata (S.Q. Tong) R.J. Searle และ Stahlianthus rubromarginatus S.Q. Tongl.) จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE)[1]
ขายแล้ว 158 ชิ้น
090
สาหร่ายสไปรูลินาเป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ จัดเป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน ซึ่งมีปริมาณสูงถึงร้อยละ 50-70 ของน้ำหนักแห้ง แม้โปรตีนในสไปรูริน่าจะมีกรดแอมโนที่จำเป็นคือ methionine, cysteine และ lysine ในปริมาณน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ นม เนื้อสัตว์ ไข่ ซึ่งเป็นโปรตีนที่ได้จากสัตว์ แต่มีโปรตีนสูงกว่าโปรตีนจากพืชแหล่งอื่น
ขายแล้ว 25 ชิ้น
035
กล้วยน้ำว้า ถึงจะเป็นผลไม้ ที่ไม่น่าจะให้พลังงานได้เยอะ แต่เชื่อหรือไม่ว่า กล้วยเป็นแหล่งพลังงานสำรองชั้นดี ในกล้วย 1 ผล สามารถให้พลังงานได้ร่วม 100 แคลอรี่ มีน้ำตาลธรรมชาติอยู่ 3 ชนิด ทั้ง ซูโครส ฟรุคโทส และกลูโครส รวมไปถึงเส้นใยและกากอาหาร และอุดมด้วย วิตามินบี 6 ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทาน แถมแร่ธาตุอย่างแมกนีเซียมและโพแทสเซียม ที่ช่วยป้องกันโรคความดันอีก ในบรรดากล้วยทั้งหมด กล้วยน้ำว้าให้แคลเวียมสูงสุด นอกจากนั้นก็ยังมีวิตามินบี 1 บี 2 ซี และไนอะซิน (บี 6) ในปริมาณที่เท่า ๆ กัน แต่ที่ทำให้กล้วยน้ำว้า มีคุณค่าสารอาหารที่พิเศษกว่ากล้วยชนิดอื่น นั่นก็คือ โปรตีนที่อยู่ในกล้วยน้ำว้า มีกรดอะมิโน อาร์จินิน และฮีสติดิน ซึ่งมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก ถึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมตอนเด็ก ๆ ผู้ใหญ่ถึงให้เรากินกล้วยบด เพราะอุดมด้วยสารอาหาร และวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายเรานั่นเอง
ขายแล้ว 51 ชิ้น
094
ใช้น้ำมันงาประกอบอาหารรับประทานเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว หลอดเลือดหัวใจตีบตัน และอาการท้องผูก น้ำมันงา ใช้ลดการหมักหมมในช่องท้อง โดยทานน้ำมันงาดิบ ๆ 1 ถึง 2 ช้อนโต๊ะ ขณะท้องว่าง เพื่อให้ลำไส้ขับสิ่งที่หมักหมมอยู่ออกไป น้ำมันงา ใช้ทาผมจะทำให้ผมดำเป็นมันวาว ไม่แห้งแตกปลาย และใช้ทาผิว เพื่อให้ความชุ่มชื้น ลดรอยหยาบกร้าน ช่วยให้ผิวพรรณผุดผ่อง น้ำมันงาใส่ขิง ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย โดยใช้ขิงสดขูดละเอียดผสมกับน้ำมันงาในปริมาณเท่ากัน จุ่มผ้าฝ้ายลงในส่วนผสมนี้ นำมาถูนวดบริเวณที่ปวดเมื่อย ใช้กระเทียมสับผสมน้ำมันงา รักษาโรคผิวหนังอย่างกลาก เกลื้อน เรื้อนกวาง ทาบริเวณที่มีอาการ
ขายแล้ว 59 ชิ้น
113
ฟ้าทะลายโจรนี้สามารถเสริมภูมิต้านทานดีกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ อีกทั้งไม่ทำให้เกิดอาการง่วงนอน หรือดื้อยา เหมือนยาปฏิชีวนะ นอกจากนี้ ฟ้าทะลายโจร ยังช่วยป้องกันตับ จากสารพิษหลาย ๆ ชนิด เช่น จากยาแก้ไข้พาราเซตามอล หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ด้วย
ขายแล้ว 43 ชิ้น