| ทองพันชั่ง แห้ง - 1 กก. รหัสสินค้า: 000135 ราคา 350.00 บาท รายละเอียด: ทองพันชั่ง
ชื่อวิทยาศาสตร์
Rhinacanthus nasutus (Linn.) Kurz.
ชื่อวงศ์
Acanthaceae
ชื่อท้องถิ่น
ทองคันชั่ง, หญ้ามันไก่
"มะเร็ง" ในปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่คร่าชีวิตของผู้คนไป
ทั้งนี้มะเร็งที่เกิดกับเพศหญิงโดยมากแล้วในปัจจุบันมัก
เป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก อย่างไรก็ตามบรรดานัก
จากหลากหลายที่ต่างพยายามเสาะหาตัวยา
เพื่อยับยั้งแลพรักษาผู้ป่วยจากโรคมะเร็ง
ล่าสุด นักวิจัยภาควิชาเคมี ม.เกษตรฯ ร่วมกับ
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้สังเคราะห์สารอนุพันธ์
แนพโทควิโนนเอสเทอร์ จากสารต้นแบบที่ได้จากต้นทองพันชั่ง
และสารดังกล่าวมีฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งเยื่อบุช่องปาก
มะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูกได้สำเร็จ
ทั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.งามผ่อง คงคาทิพย์
หนึ่งในทีมวิจัยและ รองศาสตราจารย์ ดร. บุญส่ง คงคาทิพย์
หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
และเคมีอินทรีย์สังเคราะห์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปิดเผยถึงผลสำเร็จ
ในการวิจัยสังเคราะห์สารอนุพันธ์ "แนพโทควิโนนเอสเทอร์"
ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง จากสารต้นแบบที่ได้จากต้นทองพันชั่ง
โดย รศ.ดร.งามผ่อง กล่าวว่า ทางภาควิชา
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ได้ร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการ
กระทรวงสาธารณสุข ทำการวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
และเคมีอินทรีย์สังเคราะห์แนพโทควิโนนเอสเทอร์
โดยพบว่า สารประกอบประเภท "แนพโทควิโนนเอสเทอร์"
เป็นสารประกอบที่มีการออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง
ที่แยกได้จากต้นทองพันชั่ง ซึ่งแพทย์แผนโบราณ ได้
ใช้ทองพันชั่งในการรักษาโรคมะเร็ง โรคตับอักเสบ
โรคผิวหนัง มาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม สารประกอบประเภทนี้พบ
จากต้นทองพันชั่งในปริมาณน้อยมาก และการที่จะนำ
ทองพันชั่งไปใช้พัฒนารักษาโรคมะเร็ง ต้องศึกษาความสัมพันธ์
ระหว่างโครงสร้างกับการออกฤทธิ์และหาสารใหม่
ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งที่ดีกว่ายาปัจจุบัน
ดังนั้นทีมวิจัย จึงได้ทำการ สังเคราะห์สารอนุพัน
ธ์แนพโทควิโนนเอสเทอร์ รวมทั้งไรนาแคนทิน
จากแนพทอลและอนุพันธ์ของกรดคาร์บอกซิลิก
โดยเอสเทอร์ ที่สังเคราะห์ได้นั้นเป็นอนุพันธ์ของ
โซ่ตรงอะลิฟาติกและอะโรมาติก จากการทดสอบการออกฤทธิ์
ยับยั้งเซลล์มะเร็งเยื่อบุช่องปาก มะเร็งเต้านมและมะเร็งมดลูกนั้น
พบว่าในส่วนของเอสเทอร์ที่เป็นอนุพันธ์ของอะโรมาติกจะ
ให้ผลการออกฤทธิ์ ที่ดีกว่าในส่วนของเอสเทอร์ ที่เป็น
อนุพันธ์ของโซ่ตรงอะลิฟาติก ซึ่งจะไม่ออกฤทธิ์หรือ
ออกฤทธิ์เล็กน้อยถึงปานกลาง ในขณะนี้ทีมวิจัย
ได้พบสารใหม่ที่สามารถออกฤทธิ์ยับยั้ง เซลล์มะเร็งได้ถึง 35 ชนิด
"ผลการทดลองพบว่า สารประกอบแนพโทควิโนนเอสเทอร์
สามารถสังเคราะห์ได้จากปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชั่น
ระหว่างสารประกอบ แนพโทควิโนนแอลกอฮอล์
กับสารอนุพันธ์ของกรดคาร์บอกซิลิก
ในส่วนของสารประกอบแนพโทควิโนนแอลกอฮอล์
ก็สามารถเตรียมได้ โดยเริ่มต้น จากสารตั้งต้น คือ
กรด 1-ไฮดรอกซี-2-แนพโทอิก โดยผ่านปฏิกิริยา
ทั้งหมด 9 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นตอนจะได้เปอร์เซ็นต์
ของผลิตผลสูง" รศ.ดร.งามผ่อง กล่าว
รศ.ดร.งามผ่อง กล่าวเพิ่มเติม
ในการสังเคราะห์สารประกอบแนพโทควิโนนเอสเทอร์
จาก สารตั้งต้นกรด 1-ไฮดรอกซี-2-แนพโทอิก
นั้นทำได้โดยการเตรียม เป็นสารประกอบ
แนพโทควิโนนแอลกอฮอล์ก่อน หลังจากนั้นนำสารประกอบ
นี้ไปทำปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชั่น กับอนุพันธ์ของกรดคาร์บอกซิลิก
ทั้งที่เป็นอะโรมาติก และอะลิฟาติก
ได้สารประกอบที่เป็นผลิตผลทั้งสิ้น 60 สาร
โดยแต่ละขั้นตอนการสังเคราะห์จะได้เปอร์เซ็นต์การผลิตสูง
(71-100%) และเมื่อนำไปทดสอบการออกฤทธิ์กับเซลล์มะเร็ง
3 ชนิดคือ มะเร็งเยื่อบุช่องปาก มะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูก
พบว่า ในสารประกอบแนพโทควิโนนเอสเทอร์ที่มีส่วน
เอสเทอร์เป็นอนุพันธ์ของอะโรมาติก จะให้ผลการ
ออกฤทธิ์ดีกว่า ในส่วนของเอสเทอร์ที่เป็นอนุพันธ์ของ
โซ่อะลิฟาติก ดังกล่าวนั่นเอง
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์
1. ฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา
ผลการศึกษาการฆ่าเชื้อรา Trichophyton rubrum
(สาเหตุของโรคกลาก) โดยวิธี paper disc
วัดความกว้างของ clear zone เทียบกับยามาตรฐาน
griseofulvin และ nystatin โดยใช้สารสกัด
ใบและกิ่งด้วยน้ำ แอลกอฮอล์ คลอโรฟอร์ม
พบว่าสารสกัดด้วยน้ำมีฤทธิ์น้อย
ส่วนสารสกัดด้วยแอลกอฮอล์และคลอโรฟอร์ม
มีฤทธิ์ต้านเชื้อราได้ดีพอสมควร สารสกัดทองพันชั่ง
ด้วยเมทานอล ไดคลอโรมีเทน และเฮกเซน
มีผลยับยั้งเชื้อรา Epidermophyton floccousm,
Microsporum gypseum, Trichophyton mentagrophytes
และ T. rubrum ที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง เมื่อทดสอบด้วยวิธี
disc diffusion สาร rhinacanthin-C, D และ N
ซึ่งแยกจากใบเมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อรา ด้วยวิธี
disc diffusion พบว่าสารดังกล่าวทั้ง 3 ชนิด
สามารถต้านเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคทางผิวหนัง
Trichophyton rubrum, T. mentagrophytes และ Microsporum gypseum
ได้ โดยที่สาร rhinacanthin-C มีฤทธิ์ต้านเชื้อดังกล่าวแรงที่สุด
ซึ่งค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้ง (MIC)
เชื้อ Trichophyton rubrum, T. mentagrophytes
และ Microsporum gypseum เท่ากับ 26.5, 26.5
และ 106 มก./มล. ตามลำดับ (3) สารสกัด RN-A
และ RN-B ในกลุ่ม sesquiterpenoid จากใบทองพันชั่ง
ซึ่งมีลักษณะโครงสร้างคล้ายกับสาร
pyrano-1,2-naphthoquinones สามารถยับยั้งสปอร์ของเชื้อรา
Pyricilaria oryzae โดยขนาดที่สามารถยับยั้งสปอร์ได้ครึ่งหนึ่ง
(ED50) มีค่าเท่ากับ 0.4 และ 0.2 ppm. ตามลำดับ
สาร 3,4-dihydro-3,3-dimethyl-2H-naphtho
(2,3-o)pyran-5,10-dione มีฤทธิ์ต้านเชื้อราได้
2. ฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส
สารสกัดใบทองพันชั่งด้วยน้ำ และเอทานอล
เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านไวรัส ด้วยวิธี
plaque reduction assay พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อไวรัส
Herpes simplex type1 (HSV-1) ได้ (6) สาร rhinacanthin C
และ D จากต้นทองพันชั่ง เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านไวรัส
ด้วยวิธี plaque assay พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อ cytomegalovirus
โดยมีค่า ED50 เท่ากับ 0.02 และ 0.22 มคก./มล. ตามลำดับ
สาร rhinacanthin E และ F จากส่วนเหนือดินของต้น
ทองพันชั่ง เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านไวรัส ด้วยวิธี
cytopathic effect (CPE) assay พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อไวรัส
ที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่ได้
3. ฤทธิ์ต้านยีสต์
สาร rhinacanthin C, D และ N จากใบทองพันชั่ง
สามารถยับยั้งเชื้อ Candida albicans
ซึ่งค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งได้ (MIC)
เท่ากับ 512, 64 และ 64 มคก./มล. ตามลำดับ
4. หลักฐานความเป็นพิษและการทดสอบความเป็นพิษ
4.1. การทดสอบความเป็นพิษ
เมื่อให้สารสกัดต้นทองพันชั่งด้วยแอลกอฮอล์ 50%
เมื่อป้อนให้ทางสายยางสู่กระเพาะอาหาร
หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ในขนาด 10 กรัม/กิโลกรัม
ไม่แสดงอาการเป็นพิษในหนูถีบจักร
ขนาดที่ใช้ทดลองนี้เป็น 3333 เท่า ของขนาดที่ใช้ในตำรายา
4.2. ฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์
สารสกัดรากด้วยคลอโรฟอร์ม ขนาด 5 มก./จานเพาะเลี้ยงเชื้อ
ไม่ทำให้เกิดการก่อกลายพันธุ์ต่อเชื้อ
Salmonella typhimurium TA98 และ TA100 (11)
4.3. พิษต่อเซลล์
สารสกัดเมทานอล ความเข้มข้น 20 มคก./มล.
ไม่ทำให้เกิดความเป็นพิษต่อเซลล์ Raji
มีการตรวจสอบหาสารสำคัญในรากทองพันชั่ง
ซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ พบว่าสารพิษนั้น คือ 1,4
naphythoquinone ester, rhinacanthin-Q และสารประกอบอื่นๆ
อีก 24 ชนิด (13) ส่วนอีกการทดลองหนึ่งทำการทดสอบกับเซลล์
P388 lymphocytic leukemia โดยใช้สารสกัดเฮกเซนจากรากทองพันชั่ง
พบว่าสารที่ก่อความเป็นพิษเป็นอนุพันธ์ของ
naphthoquinone มี 3 ชนิด คือ epoxyrhinacanthin B,
epoxyrhinacanthin C, rhinacanthin
โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.62, 1.42 และ 3.78 มคก./มล.
การใช้ทองพันชั่งรักษากลาก เกลื้อน
1. ใช้ใบสดหรือรากตำแช่เหล้าหรือแอลกอฮอล์ทา
2. ใช้ใบสดตำให้ละเอียดผสมน้ำมันก๊าซ ทาบริเวณที่เป็น
กลากวันละ 1 ครั้งเพียง 3 วัน โรคกลากจะหายขาด
สรรพคุณ
๑. แก้ไขข้ออัเสบ ใบทองพันชั่งต้มกับน้ำฝนรับประทาน แก้ไข้ข้อ อัเสบ
๒. รากทองพันชั่ง ต้มน้ำดื่ม แก้น้ำเหลืองเสีย ดับพิษไข้ รักษาโรค ผิวหนัง
๓. ใบทองพันชั่ง ต้มน้ำดื่ม ช่วยลดความดัน บำรุงธาตุ
บำรุงร่าง กาย แก้ปัสสาวะขัด ช่วยระบบกระเพาะอาหารทำงานดีขึ้น
๔. แก้โรคเบาหวาน ใช้ใบทองพันชั่ง ใบชุมเห็ดไทย
เมล็ดพริก ไทยร่อน ต้นเหงือกปลาหมอ ตากแห้ง
นำมาบดเป็นผงละเอียด ผสม น้ำผึ้งปั้นลูกกลอน ขนาดเม็ดพุทรา
รับประทานครั้งละ ๕ เม็ด หลัง อาหารเช้าเย็น
เป็นเวลาประมาณ ๑ เดือนเศษ
๕. แก้กลากเกลื้อน ใช้รากทองพันชั่งป่นละเอียด
แข่แอลกอฮอล์ ๑ อาทิตย์ เอาน้ำทาแก้ผื่นคัน
๖. บางคนใช้รากทองพันชั่งต้มกินแก้มะเร็งภายใน
๗. แก้ขัดเบา ใช้ใบทองพันชั่งตากแห้งชงน้ำกิน
๘. ยาแก้โรคไต โรคมะเร็ง ใบทองพันชั่งดอกเหลือง
ใบเลี่ยน ตากแดดให้แห้ง คั่วให้หอมดี ชงน้ำชารรับประทาน
ห้ามใช้กับผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง เป็นโรคหัวใจ โรคหืด โรคความดันเลือดต่ำ โรคมะเร็งในเม็ดโลหิต
สารเคมีและสารอาหารที่สำคัญ Rhinacanthin และ Oxymethylanthraquinone
แหล่งข้อมูล::
http://www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/rhinacan.html
http://www.ku.ac.th/kunews/thongpunchang.html 25/04/2551 (update 07/07/2551) |