| ขิง แห้ง - 1 กก. รหัสสินค้า: 000110 ราคา 280.00 บาท รายละเอียด: ขิงแห้ง
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Zingiber officinal Rosc
ขิง ชื่อท้องถิ่น ขิงเผือก (เชียงใหม่) ขิงแกลง ขิงแดง
(จันทบุรี) สะเอ (กะเหรี่ยง , แม่ฮ่องสอน)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
เป็นพืชที่มีอายุอยู่ได้หลายฤดูส่วนของลำต้น
ที่เหนือดินจะมีลักษณะตั้งตรง มีลำต้นที่แท้จริงอยู่ในดิน
ที่เรียกว่าแง่ง (rhizome) แง่งจะแตกแขนงคล้ายนิ้วมือ
ตามปกติลำต้นที่อยู่เหนือดินมีความสูงประมาณ 3 ฟุต
และจะมีกาบใบห่อหุ้ม ดอกเป็นดอกช่อขนาดเล็ก
มีก้านดอกสั้นมาก ดอกจะบานจากตรงโคน
ไปหาส่วนปลาย มีใบเกล็ดสีเขียวแกมเหลือง
ดอกมีสีค่อนข้างเหลืองแง่งจะมีสีเหลืองจาง
เนื้อขิงมีสีเขียวแกมเหลือง ในแง่งจะพบสารเคมีที่เป็น
น้ำมันหอมระเหยและโอลีโอเรซิน
แหล่งกำเนิด : ขิงเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่
ในทวีปเอเซียอาคเนย์ จีน และอินเดีย
ส่วนที่ใช้ : เหง้า หน่ออ่อน เนื้ออ่อนในลำต้น
ขิง" เป็นสมุนไพรที่คนไทยนำมาปรุงเป็นอาหาร
ได้สารพัด ช่วยทำให้อาหารหอมหวนชวนทาน
ช่วยดับกลิ่นคาวในอาหาร แล้วยังเป็นที่รู้จักกันดีว่า
ขิงช่วยขับลม ช่วยย่อยอาหาร ช่วยขับเหงื่อ ขับน้ำนม
คนเอเชียเช่นจีน ใช้ประโยชน์จากขิงมามากกว่า2000 ปี
มีการใช้ขิงในยุโรปตอนเหนือมาเกือบ1000 ปี
ขิง เมื่อครั้งแรกที่ถูกนำไปอเมริกาเมื่อกลาง
คริสต์ศตวรรษที่ 15 นั้น
ปัจจุบันขิงเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีการศึกษาวิจัย
และใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง เช่นทางด้าน
ของการช่วยย่อยอาหาร ช่วยในด้านการไหลเวียน
ของโลหิต ช่วยลดความดัน ช่วยลดคลอเลสเตอรอล
ช่วยลดการอักเสบ ช่วยแก้ปวด ช่วยแก้คลื่นไส้อาเจียน
แพทย์จีนโบราณจัดขิงเป็นพืชรส เผ็ดอุ่น มีฤทธิ์แก้หวัดเย็น
ขับเหงื่อ บำรุงกระเพาะ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน
ลดคลอเลสเตอรอลที่สะสมในตับและเส้นเลือด
ชาวบ้านทั่วไปจะรู้ดีว่าถ้าต้มขิงกับน้ำตาลอ้อย
จะช่วยแก้หวัด ถ้าใช้ขิงสดปิดที่ขมับทั้งสองข้าง
จะช่วยแก้ปวดหัว และถ้าเอาขิงสดอดไว้ใต้ลิ้น
จะช่วยแก้อาการกระวนกระวาย แก้คลื่นไส้อาเจียนได้
ขิงเป็นสมุนไพรแห่งชาติตัวหนึ่งของจีน
แพทย์จีนโบราณจะใช้ขิงแห้งในภาวะที่ขาดหยาง
ภาวะขาดหยาง คือ ภาวะที่ร่างกายอาการเย็นหนาวง่าย
ทนต่อความเย็นได้น้อย การย่อยอาหารไม่ดี เป็นต้น
ทั้งยังมีการใช้ขิงแก่ในคนไข้ปวดข้อรูมาติกส์ม
ปัจจุบันจีนมีการศึกษาวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ของขิง
พบว่าขิงแห้งช่วยให้กระเพาะอาหารแข็งแรง
ทั้งขิงสดและขิงแห้งมีฤทธิ์ด้านการคลื่นไส้อาเจียน
และในการศึกษาในห้องทดลองพบว่าขิงมี
ฤทธิ์แก้ปวดและต้านการอักเสบ
ส่วนญี่ปุ่นได้มีการนำขิงมาใช้ประโยชน์ต่างๆ
ญี่ปุ่นพบว่าขิงมีฤทธิ์บำรุงหัวใจ ลดความดันโลหิต
ลดคลอเลสเตอรอล
อินเดียใช้ขิงแห้งและขิงสดไม่แตกต่างกัน
โดยใช้ขิงในการทาถูนวดเพื่อเพิ่มการ
ไหลเวียนของโลหิต ใช้ขิงลดการอักเสบ
แก้ปวด ลดอาการบวมน้ำ ใช้เป็นยากระตุ้นการ
อยากอาหาร เป็นยาช่วยย่อย ช่วยขับลมในลำไส้
นอกจากนี้ขิงยังช่วยทำความสะอาดปากและคอ
ช่วยระงับการคลื่นไส้อาเจียน ช่วยกระตุ้นกำหนัด
ในตำรับยาทางอายุรเวทยังมีการใช้ขิงในการลดการบวม
และการอักเสบของตับ ค ทั้งยังมีการใช้ขิงผงแห้ง
ละลายน้ำอุ่นทาที่หน้าผากรักษาอาการปวดหัว
นักสมุนไพรรุ่นใหม่ของตะวันตกมักแนะนำให้ใช้ขิง
ในการช่วยย่อยอาหาร ช่วยในการไหลเวียนของโลหิต
และลดการคลื่นไส้อาเจียน จากการเคลื่อนไหวที่ไม่สมดุล
(motion sickness) รวมทั้งให้ใช้ลดการคลื่นไส้อาเจียน
จากการแพ้ท้องได้บ้างในคนท้อง
แต่คนท้องไม่ควรรับประทานเป็นประจำ
คุณค่าทางอาหาร
ใช้แต่งกลิ่นอาหาร มีรสเผ็ดร้อน มีสารอาหาร
ที่มีคุณค่าต่อสุขภาพ คือ ฟอสฟอรัส แคลเซียม
ธาตุเหล็ก วิตามินบี1 บี2 คาร์โบไฮเดรต โปรตีน
และไขมัน
สรรพคุณ
มีโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม
วิตามินเอ ฯ ขิงมีฤทธิ์อุ่น ช่วยขับเหงื่อ ไล่ความเย็น
ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหาร
และทำให้ร่างกายอบอุ่น
ขิงยิ่งแก่จะยิ่งเผ็ดร้อนและมีใยอาหารมาก
สารจำพวกฟีนอลิค (Phenolic compound)
ในขิงสามารถใช้กันบูดกันหืนในน้ำมันได้
ยาแก้อาเจียนใช้ขิงแก่สด หรือแห้ง
ขิงสดขนาดหัวแม่มือ(ประมาณ 5 กรัม)
ทุบให้แตก ถ้าแห้ง 5-7 ชิ้นต้มกับน้ำดื่ม
ยาขมเจริญอาหาร ใช้เหง้าสดประมาณ
1 องคุลี ถ้าผงแห้งใช้ 1/2 ช้อนโต๊ะ
หรือประมาณ 0.6 กรัมผงแห้งชงกับน้ำดื่ม
แก้อาการท้องอืดเฟ้อ จุกเสียดและปวดท้อง
ใช้ผงขิงแห้ง 1 ช้อนโต๊ะปาดๆ หรือ 0.6 กรัม
ถ้าขิงแก่สดยาวประมาณ 1 องคุลี
หรือประมาณ 5 กรัม ต้มกับน้ำ เติมน้ำตาลดื่มทุกๆ
วัน ถ้าเป็นผงขิงแห้งให้ชงน้ำร้อน เติมน้ำตาลดื่ม
สารเคมี
เหง้า พบ Gingerol Zingiberene,
Zingiberone Zingiberonol, Shogoal,
Fenchone, Camphene Cineol Citronellol
ใน น้ำมันหอมระเหย พบสาร Bisabolene
Zingiberone Zingiberol, Zingiberene
Limonene, Citronellol Gingerol, Camphene
Borneol, Cineol ทั้งต้น พบ 5 - (1) - 6 - Gingerol
ใบ พบ Shikimic acid
แหล่งอ้างอิง: มูลนิธิสุขภาพไทย 12/04/2551 (update 07/07/2551) |