| ... | Bangkok, Thailand Time |
|
|
สินค้า/บริการ >> สมุนไพรไทย >> ว่านน้ำ
| ว่านน้ำ รหัสสินค้า: 000179 ราคา 0.00 บาท รายละเอียด: ว่านน้ำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acorus calamus L.
ชื่อสามัญ : Mytle Grass, Sweet Flag
วงศ์ : Araceae
ชื่ออื่น : คงเจี้ยงจี้ ผมผา ส้มชื่น ฮางคาวน้ำ ฮางคาวบ้าน (ภาคเหนือ)
ตะไคร้น้ำ (เพชรบุรี) ทิสีปุตอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ว่านน้ำ ว่านน้ำเล็ก ฮางคาวผา (เชียงใหม่)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ว่านน้ำมีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดินลักษณะเป็นแท่งค่อนข้างแบน
มีใบแข็งตั้งตรง รูปร่างแบนเรียวยาวคล้ายใบดาบฝรั่ง ปลายใบแหลม แตกใบเรียงสลับซ้ายขวาเป็นแผง
ใบค่อนข้างฉ่ำน้ำ ดอกมีสีเขียวมีขนาดเล็กออกเป็นช่อ มีจำนวนมากอัดกันแน่นเป็นแท่งรูปทรงกระบอก
มีก้านช่อดอกลักษณะคล้ายใบ ทั้งใบ เหง้า และรากมีกลิ่นหอมฉุน ชอบขึ้นตามที่น้ำขัง หรือที่ชื้นแฉะ
ส่วนที่ใช่ : ราก เหง้า น้ำมันหอมระเหยจากต้น
สรรพคุณ :
ราก
- รับประทานมาก ทำให้อาเจียน แต่มีกลิ่นหอม รับประทานน้อย เป็นยาแก้ปวดท้อง
ธาตุเสีย บำรุงธาตุ แก้จุก ขับลมในลำไส้ ปรุงลงในยาขมต่างๆ ทำให้ระงับอาการปวดท้องได้ดี
- ในว่านน้ำมีสารชนิดหนึ่งเรียกว่า อาโกริน acorine มีรสขมและแอลคาลอยด์ คาลาไมท์
อยู่ในนี้เป็นยาแก้บิด เป็นยารักษาบิดของเด็ก (คือมูกเลือด) และหวัดลงคอ (หลอดลมอักเสบ)
ได้อย่างดี เป็นยาขับเสมหะอย่างดี ชาวอินเดียใช้ฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ เคี้ยว 2-3 นาที แก้หวัดและเจ็บคอ
และใช้ปรุงกับยาระบายเพื่อเป็นยาธาตุด้วยในตัว
- เป็นยาเบื่อแมลงต่างๆ เช่น แมลงวัน
- เป็นยาแก้เส้นกระตุก แก้หืด ขับเสมหะ แก้ปวดศีรษะ
แก้ Hysteria และ Neuralgia แก้ปวดกล้ามและข้อ แก้โรคผิวหนัง
เหง้า
- ใช้ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้โรคผิวหนัง เป็นยาหอม
น้ำมันหอมระเหยจากต้น - แก้ชัก เป็นยาขมหอม ขับแก๊สในท้อง ทำให้เจริญอาหาร ช่วยการย่อย
วิธีใช้และปริมาณที่ใช้ :
บำรุงธาตุ - ใช้เหง้าสด 9-12 กรัม หรือแห้ง 3-6 กรัม ชงด้วยน้ำร้อน 2 ถ้วยแก้ว ดื่มครั้งละ 1 ถ้วยแก้ว
ก่อนอาหารเย็น ติดต่อกันจนกว่าธาตุจะปกติ
แก้ปวดท้องและจุกแน่น -ใช้รากว่านน้ำ หนัก 60 กรัม โขลกให้ละเอียด ชงลงในน้ำเดือด 420 ซีซี.
รับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง
เป็นยาดูดพิษ แก้อาการอักเสบของหลอดลมและปอด - ใช้รากฝนกับสุรา เจือน้ำเล็กน้อย ทาหน้าอกเด็ก
เป็นยาแก้ไอ - ใช้ชิ้นเล็กๆ ของรากว่านน้ำแห้ง อมเป็นยาแก้ไอ มีกลิ่นหอมระเหยทางลมหายใจ
เป็นยาถอนพิษของสลอด และแก้โรคลงท้องปวดท้องของเด็ก - ใช้รากว่านน้ำเผาจนเป็นถ่าน
ทำผงรับประทานมื้อละ 0.5 ถึง 1.5 กรัม ใช้ใบว่านน้ำสดตำละเอียดผสมน้ำสุมศีรษะแก้ปวดศีรษะได้
ตำพอกแก้ปวดกล้ามและข้อ ตำรวมกับชุมเห็ดเทศ แก้โรคผิวหนัง
เป็นยาขมหอม เจริญอาหาร ขับแก๊ส ช่วยย่อยอาหาร - ในน้ำมันหอมระเหยมีวัตถุขมชื่อ acorin
และมีแป้งและแทนนินอยู่ด้วย ทำเป็นยาชง (1 ใน 10) รับประทาน 15-30 ซีซี. หรือทิงเจอร์ (1 ใน 5)
รับประทาน 2-4 ซีซี. ขนาดใช้ 1-4 กรัม
ข้อมูลทางเภสัชวิทยา
1. มีฤทธิ์ในการรักษาอาการชัก น้ำมันระเหย และอชาโรน จะมีฤทธิ์ต่อลำไส้ที่แยกจากตัว
มดลูก หลอดลม และหลอดเลือดของกระต่าย และมีผลยับยั้งการหดตัวที่เกิดจากอะซีติลโฆลีน
และฮีสตามีนได้ จะมีคล้ายปาปาเวอรีน ซึ่งจะมีผลทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว แต่ฤทธิ์นี้จะอ่อนกว่าปาปาเวอรีน
2. มีฤทธิ์ต่อระบบกาย่อยอาหาร น้ำที่คั้นจากเหง้าสด สามารถเพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น
และยังทำให้รู้สึกอยากอาหาร ทำให้การย่อยอาหารดีขึ้น และใช้เป็นยาเจริญอาหารได้ น้ำมันระเหยในขนาดน้อยๆ
จะมีฤทธิ์ช่วยขับลมได้
3. ฤทธิ์ระงับอาการไอ และขับเสมหะ น้ำมันระเหยจากเหง้า จะมีฤทธิ์ระงับอาการไอที่เกิด
จากการกระตุ้นด้วยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในหนูใหญ่ได้ผล แสดงว่าน้ำมันระเหยนี้มีฤทธิ์ขับเสมหะ
ข้อมูลทางคลีนิก
1.ใช้รักษาอาการกระจกตาอักเสบ โดยใช้เหง้าแห้ง ใส่น้ำใช้ไฟอ่อนๆ ต้มให้เดือด แล้วเอากากออก
เทมาปรับความเป็นกรด เป็นด่าง ให้เป็นกลาง แล้วกรองให้ใสหรือใช้เหง้าที่แห้งใส่น้ำแล้วต้ม
เทมาปรับความเป็นกรดเป็นด่างให้เป็นกลางด้วยเอธิลแอลกอฮอล์ แล้วนำไปกรองให้ใสบรรจุ
ใส่ภาชนะ แล้วนำไปนึ่งฆ่าเชื้อที่มีความดันสูง นำมาใช้หยอดตา หรือใช้ล้างตาวันละครั้ง
2. ฤทธิ์ต่อระบบการหมุนเวียนของโลหิต น้ำมันระเหยและสารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ และด้วยน้ำจากเหล้า
สามารถลดความดันเลือดของสัตว์ที่ทำให้สลบได้ อชาโรน และเบเต้อซาโรน จะมีฤทธิ์ลดความดันเลือด
ได้ปานกลาง นอกจากนี้น้ำสกัดจากเหง้า อซาโรนและเบต้าอซาโรน จะลดการเต้นของหัวใจ
น้ำมันระเหยสามารถลดอัตราการเต้นหัวใจของสุนัข และกบ และยังต้านฤทธิ์ขอ
อะซีติลโคลีน และอะโคนิตีน ที่ทำให้เกิด auricular fibrillation และกาเต้นที่ไม่เป็นจังหวะของหัวใจ
ที่เกิดจากการผูกเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ ของสุนัข และมีผลต่อหัวใจแมวจะมีคลื่นไฟฟ้าคล้ายกับที่เกิดเนื่องจากควินิดิ
3. มีฤทธิ์สงบประสาท บรรเทาอาการปวดอาการชักใช้น้ำมันระหยจากเหง้า และน้ำสกัด
จะมีฤทธิ์ลดการเคลื่อนไหวของหนูเล็กสีขาว นอกจากนี้น้ำมันระเหยจากเหง้ายังเสริมฤทธิ์ของรีเซอปีน
ในการลดพิษของแอมเฟตตามีน (amphetamin ) ในหนูเล็ก และยังมีฤทธิ์บรรเทาอาการปวดและป้องกันหนูใหญ่ชัก
ส่วนสารสกัดด้วยแอลกอฮอล์จากเหง้า ก็จะมีฤทธิ์คล้ายกัน สามารถเพิ่มฤทธิ์ของยาชาเฉพาะที่
และสามารถลดพิษของแอมเฟตตามีนต่อกลุ่มหนูเล็กได้
4 ฤทธิ์อื่น ๆ น้ำมันระเหย และสารสกัดด้วยน้ำ และแอลกอฮอล์ที่ได้จากเหง้าและอซาโรนจะมีฤทธิ์ลดอุณหภูมิของสัตว์ นอกจากนี้
น้ำมันระเหยสามารถยับยั้งสาร monoamine oxidase ได้ และยังมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อโรคได้หลายชนิด
แต่ก็สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อวัณโรคได้ ส่วนสารสกัดด้วยแอลกฮอล์จากเหง้านั้นสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อราได้
และยังพบว่าใช้เป็นยาขับ และฆ่าพยาธิได้
หมายเหตุ : เหง้านั้นใช้ไล่แมลง เพื่อป้องกันแมลงกัดกินเสื้อผ้า และกินข้าว และยังใช้บดเป็นผง
โรยรอบต้นไม้ที่ปลูก เพื่อเป็นยาฆ่าปลวกที่ผิวดิน และป้องกันต้นไม้ไว้ ช่อดอกอ่อนๆ
จะมีรสหวาน เด็กชอบกิน และรากอ่อนเด็กในเนเธอร์แลนด์ ชอบนำมาเคี้ยวเล่น
แบบหมากฝรั่ง ผงรากกินทำให้อาเจียน ส่วนใบสด นำไปตำให้ละเอียด แล้วผสมน้ำสุมหัวเด็ก
ข้อห้ามใช้ : สำหรับผู้ที่มีเหงื่อออกบ่อยๆ หรืออกง่ายไม่ควรกิน
ข้อควรรู้
ถ้ากินมากกว่าครั้งละ 2 กรัม จะทำให้อาเจียน อาจใช้ประโยชน์ในกรณีผู้ป่วยกินสารพิษ
และต้องการขับสารพิษออกจากทางเดินอาหารด้วยการทำให้อาเจียน
สารเคมี : มีน้ำมันหอมระเหย (Calamus oil) 2-4% ในน้ำมันประกอบด้วย Sesquiterpene
เช่น asarone, Betasalone (มี 70-80 %) และตัวอื่นๆ ยังมี glucoside รสขมชื่อ acorin
ข้อมูลอ้างอิง::
http://www.plantgenetic-rspg.org/herbs/herbs_06_9.htm
http://revival.snru.ac.th/herb/herb15.htm
(26/05/2551) |
|
|
|